หลักการและเหตุผล
จากปัจจุบันสังคมของไทยได้มีการเปิดคลินิกเสริมความงามในการดูแลใบหน้ารวมทั้งการรักษาสิว
โดยที่สิวแต่ละจุดจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ระยะเวลาของการรักษา
โดยเมื่อมองในภาพรวม คนที่รักษาสิวที่คลินิกเสริมความงามจะมีค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละเดือน
ข้าพเจ้าจึงอยากที่จะทำรายงานเรื่องนี้เพื่อหาสาเหตุและวิธีการป้องกัน
การรักษาสิวที่เกิดขึ้น
ข้าพเจ้าจึงตองการสืบให้รู้ถึงสาเหตุและประเภทของสิวต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้
และหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลที่ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิวได้
และปรับพฤติกรรมที่สามารถเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถทำให้เกิดสิวได้ เช่นการกิน
การนอน การรักษาสุขอนามัย
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาหาสาเหตุของสิว
2. เพื่อศึกษาประเภทของสิว
3. เพื่อศึกษาผลิตภัณฑ์ในการป้องกันและรักษาสิว
สมมติฐาน
ถ้านอนดึกแล้วสิวจะขึ้น
ดังนั้นคนที่คนที่นอนดึกแล้วสิวขึ้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. รู้ถึงสาเหตุของการเกิดสิว
2. สามารถป้องกันและลดอัตราการเกิดสิวได้
3. สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ในการเกิดสิวได้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
สิว เป็น
โรคผิวหนังที่พบบ่อยของมนุษย์ มีลักษณะของเซโบเรีย (ผิวสีแดงเกล็ด) คอมีโดน
(สิวหัวดำและสิวหัวขาว), ปาปูเลส (สิวเสี้ยน),
โนดูเลส (สิวขนาดใหญ่), สิวเม็ดเล็ก
และอาจทำให้เกิดแผลเป็นนอกเหนือจากการทำให้เกิดแผลเป็น ผลกระทบหลักคือทางด้านจิตใจ
เช่นลดความเชื่อมั่นในตนเองลง และในกรณีที่รุนแรงมาก
จะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหรือการฆ่าตัวตาย.
การศึกษาหนึ่งได้ประมาณการอุบัติการณ์ของความคิดฆ่าตัวตายในผู้ป่วยที่เป็นสิวมีอยู่
7.1%.
ในวัยรุ่น สิวมักมีสาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของแอนโดรเจนเช่นฮอร์โมนเพศชาย
ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวัยแรกรุ่น โดยไม่คำนึงถึงเพศ
สิวมักเกิดขึ้นมากในผิวที่มีจำนวนต่อมน้ำมันมาก ซึ่งบริเวณเหล่านี้รวมถึงใบหน้า
ส่วนบนของหน้าอก และหลัง ลดสิวอักเสบรุนแรงเป็นการติดเชื้อ แต่สิวยังสามารถปรากฏในหลายรูปแบบของการไม่ติดเชื้อ
การเปลี่ยนแปลงของผิวมีสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในหน่วยไพโลเซบาเซียส
โครงสร้างผิวประกอบด้วยรูขุมขนและต่อมไขมัน
การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องใช้แอนโดรเจนกระตุ้น
การรักษามีอยู่หลายหลายหนทาง
การรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอย่างน้ำตาลน้อยลงอาจช่วยได้ ยาสำหรับรักษาสิว
ได้แก่ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ยาปฏิชีวนะ (ทั้งยาทาหรือยาเม็ด),
เรตินอยด์, ยาต้านแอนติเซบอริค, ยาต้านแอนโดรเจน, การปรับฮอร์โมน, กรดซาลิไซลิค, กรดอัลฟาไฮดรอกซี, กรดอะซีลาอิค, นิโคตินอะไมด์ และสบู่ที่มีส่วนผสมของคีราโตไลติค.
การรักษาในลำดับแรกและเชิงรุก คือ
สนับสนุนให้ลดผลกระทบระยะยาวจากการรักษาให้กับคนไข้.
สิวเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงวัยรุ่น
มีผลกระทบประมาณ 80-90% ของวัยรุ่นในโลกตะวันตก
อัตราที่ต่ำกว่าจะมีการรายงานในบางสังคมชนบท
ในปี 2010 เป็นที่คาดประมาณการว่าเป็น 8 โรคที่พบมากที่สุดทั่วโลก
ซึ่งส่งผลกระทบต่อ 650, 000,000 คนทั่วโลก สำหรับคนส่วนใหญ่
สิวลดลงเมื่อเวลาผ่านไปและมีแนวโน้มที่จะหายไป - หรืออย่างน้อยลดลงมาก – เมื่อมีอายุ 25 อย่างไรก็ตาม
ไม่มีทางที่จะคาดการณ์ได้ว่าจะใช้เวลานานเพียงใดสิวจึงจะหายไป และบางรายอาจตกอยู่ในสภาวะเป็นสิวในช่วงวัยสามสิบ
วัยสี่สิบ และอายุมากกว่านั้น.
ประเภทของสิว
ชนิดของสิว
ประเภทสิว หรือว่าชนิดของสิวนั้น มีการแบ่งแยกไปตามลักษณะของสิวที่เกิดขึ้นตามบริเวณต่างๆ มีอยู่หลายประเภท มีการบ่งบอกถึงความรุนแรงของสิว
และประเภทนั้นสามารถทราบสาเหตุที่ทำให้เราเกิดสิวได้เช่นกัน
หากเราต้องการที่จะรักษาสามารถที่จะดูได้จากสิวในแต่ละชนิดที่เกิดขึ้นได้
สิวบางชนิดอาจจะเกิดจากแบททีเรียที่เข้าไปผสมทำให้เกิดเป็นประเภทที่อักเสบและหัวใหญ่
และการรักษาและควบคุมนั้นจะใช้วิธีและยารักษาที่มีความแตกต่างกันออกไป
สิวอุตตัน หรือเรีบกว่าสิวไม่มีหัว
เนื่องด้วยเป็นสิวที่นูน แต่ไม่มีหัวออกมา
หรือใรบางกรณีอาจจะเป็นตุ่มสีออกแดงมีอาการเจ็บบ้าง และสามารถที่จะขยายใหญ่เป็นสิวอะกเสบได้
แต่โดยพบไม่อักเสบ เป็นเพียงการอุดตันในรูขุมขนเสียส่วนมาก
และอาจจะมีสามารถดูได้ชัดเจนหากต้องอาศัยการสะท้อนหรือว่าการลูกบริเวณที่เกิดดู
ในบางครั้งหากปล่อยไว้อาจจะมีหัวขาวๆขึ้นมาให้เห็นบ้าง
ส่วนมากสิวประเภทนี้มักจะเกิดจากไขมันที่ผลิตออกมาและเกิดจาการใช้ครีมหรือว่าเครื่องสำอางค์
สิวหัวดำ สิวหัวดำเป็นสิวที่มีหัวขึ้นมาไม่จำเป็นจะต้องเป็นสีดำนะ
อาจจะเป็นสีเหลืองสีน้ำตาลอ่อนได้ สิวประเภทนี้มันจพขึ้นมาและทำปฏิกิริยากับอากาศในการเป็นสีออกดำและมีความแข็ง
สิวอุดตันตื้นหรือเรียกว่าใยไขมัน เพราะว่าเป็นสิวที่เป็นเส้นเล็กๆ
เวลาที่เราบีบออกมาจะเป็นของสิวออกมาหลายๆ เส้นตรงบริเวณที่เกิด
มักเกิดที่จมูกเป็นส่วนมาก สิวชนิดนี้อาจจะเล้กมากจนไม่สามารถเห็นหัว
จนกว่าเราจะบีบจะพบ การบับเส้นนั้นจะยาวไปเรื่อยๆ
ไม่หมด มันอาจจะอยู่ลึกและมีการสะสมไขมันจนรากของสิวนั้นมีจำนวนมาก
มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีอากาศร้อน มักจะคล้ายกับสิวเสี้ยน
จะทำให้ผิไม่เรียบเนียน
สิวเสี้ยน หรือว่าเป็นสิวหัวดำที่มีขนาดเล้ก
มักขึ้นอยู่ที่จมูก และเป็นหัวสีดำข้าง
สีเหลืองบ้างเป็นหัวเล้ก แล้วบีบก้ไม่สามารถที่จะออกให้หมดได้
เป็นที่ตรงไหนแล้วก็จะเป็นที่ตรงนั้นเรื่อยไป
สิวอักเสบ เป็นสิวที่ได้ถูการพัฒนาได้จากสิวชนิดอื่นๆ
หรือว่าไปทำการบีบแล้วหัวออกไม่หมดรวมไปถึงการระคายเคืองได้รับแบคทีเรียเข้าไป
สิวชนิดนนี้มีขนาดค่อนข้าวใหญ่สังเหตุได้ง่าย เริ่มแรกอาจจะเป็นสีแดงมีอาการเจ็บปวด
ควรหลีกเลี่ยงการบีบหรือว่าไปสัมผัสเพราะว่าจะทำให้สิวมีความรุนแรงมากขึ้น
รวมไปถึงน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ และยังทำให้เกิดรอยแผลเป็นและหลุมสิวได้
สิวหนอง สิวชนิดนี้เป็นเหมือนสิวอักเสบแต่ว่าจะเป็นไขมันที่เป็นลักษระคล้ายหนองอยู่ในหัวสิวเป็นสีขาวและเหลือง
อาจจะมีสะสมไขมันมากขึ้นจนหัวใหญ่มาก ควรเลี่ยงการบีบเพราะว่าจะทำให้เกิดหลุมสิวที่มีขนาดใหญ่
และอาจจะเหมือนการระเบิดเหมือนเราบีบ
สิวซิสต์ เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่มากและมีความรุนแรงมากด้วยและพบได้ไม่บ่อยนัก
สิวชนิดนี้มีขนาดใหญ่มากกว่าสิวทุกชนิดมีการเจ็บปวดเป็นอย่างมากใช้เวลานานกว่าจะหายและจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้
สิวชนิดนี้มักจะเต็มไปด้วยหนองที่อยู่ภายในมีจำนวนมากเหมือนกักเก็บเป็นถุงเอาไว้ลึกลงไปในชั้นใต้ผิวหนัง
ถ้าเกิดขึ้นเข้าไปลึกหรือว่าใหล้บริเวณที่สำคัญอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
ผู้ที่เป็นจะเจ็บปวดมาก ในการรักษาอาจจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
นอกจากนั้นยังมีประเภทสิวที่เกิดจากสิ่งกระตุ้น
สิว Rosacea เป็นสิวที่เป็นผื่นแดงมันจะอยู่บริเวณจมูกแก้ม หน้าผาก คาง ส่วนมากเป็นผลกระทบของผู้หญิงที่มีอายุ
30 ปีขึ้นไป
สิว Conglobata เป็นสิวที่เกิดขึ้นและมีความรุนแรงพบน้อยมากสามารถที่จะเป็นได้ทั้งใบหน้าและลำตัว และมักพบในเพสชายมากกว่า
สิว Fulminans เป็นสิวที่มักพบในเพศชายเช่นกัน และเป็นสิว Conglabata ก่อน หากเป็นสิวชนิดนี้จะมีอาการเป็นไข้ด้วยด้วย
ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
1.ฮอร์โมน ร่างกายสร้างฮอร์โมน Androgen
ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ
11-14 ปีดังนั้นจึงพบสิวมากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี
2.การผลิตไขมันมากขึ้นร่วมกับเซลล์ผิวหนัง
และเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว
3.มีการเปลี่ยนแปลงของรากผม
รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก
จึงเกิดการอุดตันของต่อมไขมัน
4.แบคทีเรียโดยเฉพาะชื่อ Propionibacterium
acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว
5.กรรมพันธ์
6.การรักษาความสะอาด
ขันที่สะสมบนใบหน้าทำให้สิ่งสกปรกเกาะติดง่าย จึงเกิดการอุดตัน
7.อาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว
แต่ก็มีความเชื่อกันว่าการรับประทานอาหารที่มัน หรือหวานจะเกิดสิวได้ง่าย
8.อากาศ ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว
บางคนฤดูร้อน
9.อารมณ์
คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย
10.การใช้เครื่องสำอางก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว
การทำความสะอาดผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำความสะอาดได้หมดจด
ไม่ทิ้งเครื่องสำอางตกค้าง
11.ครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกให้ถูกกับผิวหน้า
คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีไขมันสูง
12.การระคายผิว เช่น
การล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว
13.ยาบางชนิดทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น
เช่น INH
Iodides Bromide Steroid Testosterone Gonadotropine Anabolic steroid ยาคุมกำเนิด
ถ้าหากคุณสาวๆ ไม่อยากเป็นสิว
โปรดงดพฤติกรรม และปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังต่อไปนี้
การรักษาโดยวิธีทางกายภาพ
1.
การใช้ความเย็น (liquid nitrogen) ใช้ไม้พันสำลีจุ่มใน
liquid nitrogen และแตะที่
สิวอักเสบที่เป็นซีสต์ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที แต่ละครั้งห่างกันนาน 2 นาที จุดประสงค์เพื่อช่วยลด
การอักเสบ และความเย็นจะทำให้ผนังของซีสต์ถูกทำลายไป
สิวอักเสบที่เป็นซีสต์ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที แต่ละครั้งห่างกันนาน 2 นาที จุดประสงค์เพื่อช่วยลด
การอักเสบ และความเย็นจะทำให้ผนังของซีสต์ถูกทำลายไป
2.
การกดสิว ใช้รักษาสิวที่ไม่อักเสบทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว
เพื่อช่วยให้การกดสิวเป็น
ไปได้ง่ายขึ้น การกดสิวต้องทำให้ถูกหลักวิธี และสะอาด มิฉะนั้นจะทำให้หัวสิวที่อุดตันอยู่หลุดลง
ไปในชั้นหนังแท้ และทำให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม
ไปได้ง่ายขึ้น การกดสิวต้องทำให้ถูกหลักวิธี และสะอาด มิฉะนั้นจะทำให้หัวสิวที่อุดตันอยู่หลุดลง
ไปในชั้นหนังแท้ และทำให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม
3.
การฉีดสตีรอยด์ใต้หัวสิว ใช้ Kenacort® ความเข้มข้น
2.5
มก./มล. ในปริมาณ
0.25-0.1 มล. ฉีดเข้าที่ถุงสิวด้วยความระมัดระวัง การฉีดสตีรอยด์จะทำให้การอักเสบของสิวลดลง
อย่างรวดเร็ว ข้อพึงระวัง คือ การฉีดยาลึกเกินไปหรือปริมาณยามากเกินไป ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้น
เกิด atrophy หรือ purpura ขึ้นได้
0.25-0.1 มล. ฉีดเข้าที่ถุงสิวด้วยความระมัดระวัง การฉีดสตีรอยด์จะทำให้การอักเสบของสิวลดลง
อย่างรวดเร็ว ข้อพึงระวัง คือ การฉีดยาลึกเกินไปหรือปริมาณยามากเกินไป ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้น
เกิด atrophy หรือ purpura ขึ้นได้
ข้อห้ามสำหรับผู้หญิง
1. ห้ามแต่งหน้าแล้วล้างหน้าโดยไม่ใช้คลีนชิ่ง
การล้างเครื่องสำอางโดยน้ำเปล่า
ยังทำให้ยังหลงเหลือคราบเครื่องสำอางอยู่ตามรูขุมขน
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวบุก สิวผด
2. การไม่ล้างหน้าก่อนนอน
และการไม่อาบน้ำก่อนนอน จะส่งผลให้เกิดสิวขึ้นที่ใบหน้าและหลัง
3. ควบคุมเรื่องอาหารการกิน อาหารต้องห้ามสำหรับคนที่เป็นสิว
ได้แก่ อาหารรสจัด ของหวาน ของมัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเล
ซึ่งควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ อย่ารับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน
เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้น
4. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ
การดื่มน้ำสะอาดในจำนวนที่เพียงพอต่อความร่างกายในแต่ละวัน
จะเป็นการช่วยรักษาสมดุลในร่างกาย และช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย
5. ทำความสะอาดผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน
ปลอกหมอน อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพราะเป็นสิ่งที่สัมผัสกับใบหน้า
และร่างกายของเราเป็นเวลานานมากที่สุดในแต่ละวัน
6. การเติมแป้งในระหว่างวัน
โดยการใช้พัฟฟ์ที่สกปรก หรือไม่เคยทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า
จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้น
7. พยายามอย่ารบกวนผิวหน้า เช่น
การบีบ กดสิว ขัดนวดใบหน้า เช็ดถูอย่างรุนแรง หรือบ่อยจนเกินไป
เมื่อทำการล้างหน้าด้วยใช้ผ้าขนหนูซับใบหน้าเบาๆ ซึ่งจะอ่อนโยนกับผิวหน้ามากกว่า
และการรักษาสิวโดยการขัดหน้านั้น มีข้อเสียคือจะทำให้หน้ามีความบางลงเรื่อยๆ
เมื่อถูกแสงแดดจะเกิดอันตรายและยังเสี่ยงต่อการเกิดกระ หรือฝ้าได้ง่ายอีกด้วย
8. พักผ่อนให้เพียงพอ และควรนอนก่อน
5 ทุ่ม ยิ่งนอนดึกมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่านั้น
9. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว
คนเราจะมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน
ถ้าหากคนที่มีผิวมันเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน
ใบหน้าก็จะยิ่งมีความมันที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้สิวมากขึ้นตามไปด้วย
10. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดสิว
โดยเลือกใช้เครื่องสำอางแบบที่ไม่อุดตันรูขุมขน (Noncomedogenic) หรือแบบที่ไม่มีไขมัน (Oil-Free) ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดสิวได้
11. อย่าใช้มือสกปรกไปจับหน้า
และอย่าลืมล้างมือก่อนล้างหน้าทุกครั้ง
ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเรากำลังนำน้ำล้างมือมาล้างหน้าเป็นการเพิ่มความสกปรกให้กับใบหน้าโดยไม่ทันรู้ตัว
12. รักษาความสะอาดของร่างกาย
ใบหน้า เส้นผม อย่าปล่อยให้ใบหน้าสกปรกจนมีไขมันอุดตันอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ห้ามทำการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นในทันที
เพราะจะทำให้รูขุมขนปิดตัวลงโดยที่สิ่งสกปรกยังคงอุดตันอยู่ที่รูขุมขน
ดังนั้นควรที่จะใช้ผ้าเช็ดสิ่งสกปรกบนใบหน้าออกก่อน แล้วจึงล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด
13. อย่าล้างหน้าบ่อยจนเกินไป
การล้างหน้าจนแห้ง รูขุมขนจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวหนังมาก
จนอาจทำให้ยิ่งเกิดการอุดตันของรู้ขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวมากยิ่งขึ้น
14. อย่าแต่งหน้าเกินวันละ 10 ชั่วโมง ต่อวัน เพราะยิ่งพอกเครื่องสำอางเอาไว้บนหน้านานเท่าไหร่
รูขุมขนก็จะถูกอุดตันมากเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องสิวตามมา
15. ทานอาหารให้ครบห้าหมู่
โดยเฉพาะผักและผลไม้ ควรระวังอย่าทานอาหารทะเลติดต่อกันทุกวัน
เป็นที่ทราบกันดีว่าการทานอาหารทะเลจำนวนมากจะกระตุ้นให้เกิดสิว แต่ถ้าหากกินในปริมาณปกติเพียงเล็กน้อย
ร่างกายก็จะยังสามารถขับออกได้ทัน
16. พยายามขับถ่ายทุกวัน
การปลดถ่ายหนักช่วยขับกากของเสียออกจากร่างกาย
สำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูกทำให้ไม่ค่อยสามารถขับถ่ายได้นั้น
ให้ลองเปลี่ยนมาทานอาหารประเภทผักและผลไม้ ที่มีใยอาหารมากๆ ซึ่งจะมีผลช่วยให้ร่างกายมีการขับถ่ายที่ดีขึ้น
17. กำจัดความเครียด ถ้าหากสิวขึ้น
แนะนำว่าให้ยิ้มสู้ เพราะยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
การใช้ผลิตภัณฑ์ในการช่วยรักษาสิว
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการรักษาสิว
มีอยู่หลายชนิด และมีจุดประสงค์ในการรักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป
เพื่อแก้ไขแต่ละสาเหตุในการเกิดสิว เช่น ลดการอุดตัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ลดการอักเสบ ลดรอยแดง ลดรอยแผลเป็น เป็นต้น
และมีการลำดับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำให้นำไปใช้ในการรักษาสิวที่ได้รับความนิยมใน Pantip.com
ได้แก่
1. คลีนเซอร์สำหรับคนที่เป็นสิว Cleanser
สำหรับการล้างหน้าโดยปกติ แนะนำสำหรับคุณสาวๆที่เป็นสิว ได้แก่ Acne
aid สีแดงเหมาะสำหรับคนที่ที่มีผิวมัน และผิวผสม
ส่วนสีฟ้าเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง และผิวที่แพ้ง่าย
Dr.Young AC Out Spot Toner
Dr.Young AC out Spot Toner โทนเนอร์ป้องกันใบหน้าจากสิว
ผลิตภัณฑ์รักษาสิวชนิดน้ำ ในรูปแบบของโทนเนอร์ที่ใช้ในการช่วยป้องกันการสิวใหม่
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็นสิวง่าย
2. ครีมกันแดดสำหรับคนที่เป็นสิว
ครีมกันแดดสำหรับคนที่เป็นสิว แนะนำให้ใช้ที่มีค่า SPF ไม่สูงมากนัก
เพราะยิ่งมีค่า SPF มากเท่าไหร่
สารเคมีที่ใช้ก็จะยิ่งมีมากเท่านั้น สำหรับครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวที่แนะนำ
ได้แก่ Spectraban Sensitive SPF30 ซึ่งอ่อนโยนกับผิว
สิวไม่อุดตัน และผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งที่มีฤทธิ์อ่อนกว่า คือ Spectraban
Pure
3. ครีมบำรุงสำหรับคนที่เป็นสิว
เป็นครีมบำรุงผิว ที่ช่วยทำให้ผิวกลับมามีความแข็งแรง ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำคือ Physiogel
Cream เหมาะสำหรับผิวที่แพ้ง่าย
ยารักษาสิว และรอยด่างดำจากสิว
สำหรับยาแต้มที่ใช้ในการรักษาสิว
ที่ได้รับความนิยมในPantip โดยแยกประเภทตามสภาพของสิว
มีดังต่อไปนี้
1. ยาฆ่าเชื้อหัวสิว
ถ้าหากเป็นสิวบ่อยๆ ควรทายาฆ่าเชื้อหัวสิว เช่น clindamycin, mupirocin,
erythromycin +
2. การรักษาสิวหัวหนอง
ใช้ยาแต้มหัวสิว Benzec ทาก่อนล้างหน้า
หรือสำหรับคนที่มีอาการหน้าแดงเมื่อทา ให้เปลี่ยนไปใช้แต้มเฉพาะหัวสิว จะช่วยทำให้หัวหนองสุกเร็วขึ้น
3. การรักษาสิวอุดตัน
การใช้ยาแต้มหัวสิว แนะนำให้ใช้ Effaclar K และ Effaclar
K จะค่อยๆเห็นผลอย่างช้าๆ ช่วยให้หัวสิวอุดตันหลุดออกมา
หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิว ที่มีส่วนประกอบของกลุ่ม เบนซอยล์เพอร์ออกไซต์ (BP)
หากเพิ่งเริ่มใช้ควรที่จะเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเปอร์เซ็นต์น้อยๆ,
กรดไซลิไซลิก (BHA) และกลุ่มคลินดามันซิน
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบของโลชั่น
ครีมแต้ม เป็นต้น หรือครีมทาสิวอุดตัน ในกลุ่ม Tretionoin ที่ได้รับความนิยม ซึ่งมีความเข้มข้นต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1% โดยมีลักษณะเป็นเจล หรือน้ำ
ยิ่งความเข้มข้นยิ่งสูงก็ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี
แต่จะมีผลค้างเคียงทำให้ใบหน้าเกิดความระคายเคืองมากขึ้นตามไปด้วยและไม่ควรใช้ Cleansing
Oil ควรเปลี่ยนไปใช้ Cleansing Water แทน
การใช้ Cleansing
Oil จะยิ่งทำให้สิวยิ่งมีการอุดตันมากยิ่งขึ้น หรือ ยารับประทาน
กลุ่ม Retinoids อาทิ เช่น Roaccutane,
Isotretionoin, โดยมีขนาดตั้งแต่ 10-20 mg. ใช้ตามลักษณะความรุนแรงของอาการ
ประโยชน์คือช่วยลดปัญหาผิวมัน โดยการลดการทำงานของต่อมไขมันในร่างกาย
ทำให้หน้าแห้งและมีความมันน้อยลง
4. ลดรอยดำจากสิว ยาแต้มสำหรับลดรอยดำจากสิว
แนะนำให้ใช้ Concealer Dr.jart ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับ Concealer
หน้าไปพร้อมกับรักษาสิว ไม่อุดตันรูขุมขน และปกปิดริ้วรอยจากสิว
อย่างไรก็ตาม
วิธีการรักษาที่ได้แนะนำไปแล้วนั้น ถือว่าเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ
วิธีการรักษาสิวที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการป้องกันไม่ให้ใบหน้าเกิดสิวขึ้นมาตั้งแต่แรก
ดังนั้นก่อนที่จะปล่อยเลยตามเลยจนทำให้สิวเกิดขึ้น
ป้องกันสิวขึ้น
และช่วยลดสิวของให้น้อยลง
1. ทำความสะอาดใบหน้าและลำคอ
ด้วยโฟมล้างหน้าชนิดอ่อน พยายามอย่าใช้สคับ
เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบรุ่นแรงยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าที่มีกลิ่นหอมและสารเคมี
และควรพยายามใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของธรรมชาติมากที่สุด
เพราะจะช่วยลดสิวของคุณลงได้
2. ล้างหน้าด้วยมือ
อย่าใช้ฟองน้ำหรือตัวช่วยทำความสะอาดอื่นๆมาขัดหน้า
หรือถูหน้าแรงเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบของสิวได้มากขึ้น (หนองเต็มหน้าเลยนะ)
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้า
หรือแม้แต่ล้างหน้าบ่อยๆ เพราะถึงแม้การล้างหน้าจะทำให้ผิวหน้าสะอาด
แต่ก็เกิดการอักเสบจากการที่เราเอามือสัมผัสใบหน้า
ในขณะที่เราล้างหน้าหรือสัมผัสหน้าได้
4. สระผมป้องกันสิว
เพราะหากเส้นผมของเราสกปรกเวลาลมพัดเส้นผมมาโดนหน้าเรา นั้นแหละจะทำให้
สิวขึ้นหน้า ได้ เพราะบางคนแต่งผมโดยใช้เจล แต่งสีผม
เวลาเหงื่ออกมันก็จะไหลลงมาที่ใบหน้าของเรา ทำให้ สิวขึ้น ได้
5. ไม่บีบสิว
เพราะมันจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น และบางทีถ้าสิวมันยังไม่สุก
แล้วคุณไปบีบจะทำให้เกิดแผลแต่หนองมันยังไม่ออก กว่าแผลจะหายก็เกือบอาทิตย์
แล้วยังต้องรอให้หนองออกอีก คงไม่ได้กล้าออกจากบ้านอีกหลายวัน
6. ใช้โฟมที่มีส่วนผสมของ tea
tree oil(ต้นชา) เพราะในทางการแพทย์ได้วิจัยแล้วว่า tea tree
oil มีสารเคมีช่วยต้านเชื้อแบททีเรียตามธรรมชาติ ซึ่งช่วย ลดสิว
บนใบหน้าลงได้
7.ลดอุปกรณ์ที่จะสัมผัสกับใบหน้า เช่น
หมวก แว่นตา เสื้อผ้าต่างๆ เพราะจะทำให้สิวหายช้าและยังจะเพิ่มจำนวนของ สิวขึ้น
ใหม่ได้
8. งดการใช้แอลกอฮอล์ล้างหน้า
เพราะมันจะทำให้หน้าเราแห้งและจะไปเร่งให้ผิวสร้างน้ำมันออกมามากขึ้น
และนั้นจะทำให้มีโอกาสอุดตันของความมันได้
9.
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหรือครีมกันแดด เพราะเครื่องสำอางจะทำให้ใบหน้าสกปรก
และครีมกันแดดจะเพิ่มความมันให้กับผิว
ซึ่งสองอย่างนี้จะทำให้ใบหน้าเกิดสิวได้อีกเยอะเลย
10. ล้างหน้าหลังจากออกไปข้างนอกบ้าน
หรือทำกิจกรรมที่จะทำให้ใบหน้า สกปรก เช่น เล่นกีฬา ขี่รถ
หรือเดินไปบริเวณที่มีฝุ่นควัน สารเคมีต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ใบหน้าสกปรก
เป็นสาเหตุของสิวได้
สิวบอกโรค
สิวบอกโรค : โซนที่ 1 และโซนที่ 3 ถ้ามีปัญหาสิวบริเวณนี้
คุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นหรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
สิวบอกโรค : โซนที่ 2 สิวบริเวณหว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส
(ดื่มนมไม่ได้) การทานอาหารรสจัดหรือทานอาหารดึกเกินไป
สิวบอกโรค : โซนที่ 4
และโซนที่ 10 ผิวบริเวณหูนี้เป็นผลพวงของไต
หากรู้สึกร้อนที่หู คุณอาจต้องลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง
สิวบอกโรค : โซนที่ 5 และโซนที่ 9 บริเวณแก้มทั้งสองด้าน
โดยแก้มส่วนบนจะเกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด ส่วนแก้มส่วนล่าง เหงือกและฟัน
สาเหตุอาจเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง
หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม
ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ
ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน
หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด
สิวบอกโรค : โซนที่ 6 และโซนที่ 8 ตำแหน่งรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่
อาจไม่เหมาะสม หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก
รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือพักผ่อนน้อย
เปลือกตาหากมีความระคายเคือง อาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร
สิวบอกโรค : โซนที่ 7 ผิวบริเวณจมูกและริมฝีปาก แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน
การรับประทานยาคุมกำเนิด
สิวบอกโรค : โซนที่ 11
และโซนที่ 13 หากผิวบริเวณนี้แตกระแหง
สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาของฟันกราม หรือปัญหาเกี่ยวกับฟัน
สิวบอกโรค : โซนที่ 12
สิวเรื่อๆ บริเวณคางนี้ สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องลำไส้เล็ก
ที่มีผลจากการรับประทานของเผ็ด
สิวบอกโรค : โซนที่
14 หากคุณมีสิวบริเวณนี้แล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณกำลังเครียดสูง

